ดวงตาคืออวัยวะที่สำคัญที่สุด ส่วนหนึ่งของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ และโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงและปัญหาของดวงตานั้นไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็มีความเสี่ยงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเด็กแรกเกินจนถึงอายุประมาณ 9 ขวบจะเป็นช่วงที่เด็กมีการพัฒนาการของสายตาและพัฒนาการที่สมบูรณ์ตั้งแต่ การมองภาพที่ชัดเจนด้วยตาทั้งสองข้าง ความลึก หนาตื้น ทั้งหมดนี้เป็นปกติก็ต่อเมื่อไม่มีการหยุดพัฒนาการ โดยภาวะแทรกซ้อนของโรค ฉะนั้นหากพบปัญหาในเด็กตั้งแต่เนิ่นๆก็ควรจะพาบุตรหลานรีบเข้าพบแพทย์เพื่อหาทางรักษากันต่อไป   โรคตาในเด็กเล็ก   อายุแรกเกิน – 6 เดือน ช่วงนี้เป็นช่วงที่พ่อและแม่ จะสามารถสังเกตบุตรของตัวเอง ว่ามีอาการตาเขเข้าในหัวตาหรือไม่ หรือ ควรจะสังเกตดวงตาทั้งสองข้างว่าตาดำมีขนาดเท่ากันหรือไม่ หาพบปัญหาแต่เนิ่นก็ควรจะรีบปรึกษาจักษุแพทย์ทันที ไม่ควรปล่อยให้เด็กมีการเจริญเติบโตกับดวงตาที่ผิดปกติเช่นนี้ ถึงแม้จะเป็นปัญหาเพียงนิดเดียวก็ตาม   อายุ 1-3 ขวบ ในวัยนี้พ่อและแม่ควรสังเกตบุตรเวลา เพ่งมองดูอะไรใกล้ๆว่ามีตาดำเขเข้าหัวตาหรือไม่ หรืออีกอาการที่จะสามารถพบได้ในช่วงนี้ก็คือ โรคตาขี้เกียจ คือ อาการของตามัวข้างเดียว ถึงแม้ว่าบุตรของคุณจะบ่นว่ามีอาการเจ็บปวดอะไร ก็ไม่ควรละเลยเพราะหากปล่อยไว้อาจจะขยายอาการให้ใหญ่กว่านี้ จนอาจจะเป็นโรคต้อกระจกได้เช่นเดียวกัน   อายุประมาณ 3-5 ขวบ ส่วนมากจะเป็นโรคที่เกิดจากกล้ามเนื้อตา เช่นโรคตาขี้เกียจ และโรคตาเข เด็กเล็กวัยก่อนเรียน พ่อและแม่ควรจะใส่ใจพาบุตรหลานไปตรวจเช็คกับจักษุแพทย์ เพื่อหาแนวทางรักษาให้เป็นปกติก่อนที่ดวงตาจะมีการพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป   เด็กกลุ่มไหนที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคตา หรือจะต้องดูแลเป็นพิเศษ…

  โดยธรรมชาติของเด็กจะมีความซุกซน อยากรู้อยากเห็น และอยู่ไม่นิ่งอยู่แล้ว แต่ถ้าหากเด็กคนไหนมีอาการหลุกหลิก อยู่นิ่งไม่ได้เลย จะต้องวิ่ง เดินหรือปีนป่ายเล่นอยู่ตลอดเวลา ทำอะไรไม่เสร็จสักอย่างและมักจะทิ้งกิจกรรมที่กำลังทำอยู่กลางคัน ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ใจร้อน ทำอะไรโดยไม่คิด พูดเก่ง พูดไม่หยุด สิ่งเหล่านี้อาจเป็นข้อบ่งชี้ว่า เด็กมีโอกาสเป็นโรคสมาธิสั้น เมื่อทราบว่าลูกเป็นโรคสมาธิสั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา เพราะถ้าหากปล่อยไว้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก และส่งผลต่อบุคลิกเมื่อเติบโตขึ้นไปอีกด้วย การรักษาโรคสมาธิสั้นมีทั้งการรักษาโดยการใช้พฤติกรรมบำบัด และการใช้ยารักษาโรคสมาธิสั้น เมื่อแพทย์แนะนำว่าต้องใช้ยารักษา คุณพ่อคุณแม่อาจจะเกิดความกังวลว่ายาที่ให้นี้จะส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างไรหรือไม่ ดังนั้นเราจึงต้องมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับยาที่ใช้รักษาโรคสมาธิสั้นกัน ยาที่ใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้น เป็นยาที่ช่วยในการทำงานของสมอง ช่วยในการทำงานของสารสื่อประสาทคือ Dopamine ทำให้เด็กสามารถจดจ่อต่อสิ่งที่กำลังทำอยู่ได้มากขึ้น ยาที่นิยมใช้ในการรักษาอาการสมาธิสั้นในเด็กคือ Ritalin ซึ่งเป็นยาที่แพทย์มักจะใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะมีความปลอดภัยสูง และออกฤทธิ์เร็ว ช่วยให้เด็กมีสมาธิที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมียากลุ่มต้านอาการซึมเศร้าที่นำมาใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้นได้เช่นกัน แต่แพทย์จะใช้ยาชนิดนี้ก็ต่อเมื่อใช้ยากลุ่มแรกไม่ได้ผลเท่านั้น เพราะยานี้ส่งผลต่อหัวใจของเด็ก ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ยามาก ส่วนความวิตกกังวลที่ว่าการใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าในเด็กจะทำให้เกิดการติดยาหรือไม่ คือต้องใช้ยาตลอด ไม่สามารถหยุดใช้ยาได้เลย ซึ่งจริงๆแล้วแพทย์จะให้ยารักษาเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาเท่านั้น และจะรักษาด้วยวิธีอื่นควบคู่กันอย่างเช่นพฤติกรรมบำบัดเพื่อให้การรักษาได้ผลดีที่สุด

2014-2016 © Copyrighted by KJV Group Co., Ltd