ใกล้สิ้นปีเข้าเต็มที่ ในช่วงนี้หลายคนคงกำลังที่มองหาสถานท่องเที่ยว สถานที่พักผ่อนหลังจากทำงานกันเหนื่อยมาตลอดทั้งปี “โรคภูมิแพ้” คืออุปสรรคของทุกเดินทางเพราะในเมื่อสภาพสิ่งแวดล้อม และสภาพอากาศเปลี่ยนไปจากที่เดิมที่เคยใช้ชีวิตอยู่โดยเฉียบพลันนั้น คนที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นก็อาจจะแสดงอาการได้ทันที่   เริ่มต้นที่การเดินทาง หลายท่านเริ่มต้นแสดงอาการได้ตั้งแต่การเริ่มต้น โดยมากที่สุดก็เริ่มจากการเดินทาง เพราะการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะไม่ว่าจะเป็น รถบัส รถเมล์ หรือรถไฟ ส่วนมากมักจะเป็นพื้นที่ที่มีการสะสมของเชื้อโรคอย่างเชื้อรา และไรฝุ่น หรือแม้แต่ควันพิษนอกรถที่อาจจะได้รับมากจนเกินไปจนเกิดอาการแพ้ก็เป็นได้     ไม่เพียงแต่การเดินทางด้วยรถเท่านั้น การเดินทางด้วยเครื่องบินก็ยังมีความเสี่ยงได้ เนื่องจากปัจจัยแรก “อากาศ” ที่ทุกสายการบินมักจะเปิดแอร์ให้มีความเย็นเข้าไว้ เพื่ออากาศที่สดชื่นและเพื่อตอบสนองผู้โดยสารหลายกลุ่ม “ความกดอากาศ” ปัจจัยนี้ก็เป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้เกิดอาการภูมิแพ้กำเริบได้ ทั้ง “โรคไซนัส” หรือ “หูชั้นกลางอักเสบ” อีกด้วย   สถานที่พัก ก็เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะใช้เวลาส่วนมากของการท่องเที่ยว อยู่ที่นี้ในช่วงนอนหลับพักผ่อนคือช่วงที่มีโอกาสรับไรฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ที่มักจะเกาะสะสมอยู่ตามพรม เครื่องตกแต่ง ที่นอน หมอน รวมไปถึงห้องน้ำ อีกทั้งกลิ่นหอมจากน้ำหอมที่โรงแรมนิยมใช้ในห้องก็มีโอกาสทำให้เกิดภูมิแพ้ได้เช่นเดียวกัน   6 วิธีการป้องกันตัวเองสำหรับการเดินทาง ถ้าหากเป็นภูมิแพ้ก็ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเดินทาง เพื่อแนะนำยาประจำตัวหรือการฉีดวัคซีนป้องกันก่อนเดินทาง เตรียมประจำเดียวติดตัวไว้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปที่ไหน และอีกส่วนก็ควรสำรองไว้ในกระเป๋าเดินทาง หากมีอุปกรณ์การแพทย์ที่สามารถพกติดตัวได้ก็ควรจะพกติดตัวไว้เพื่อความสบายใจ และหากมีปัญหาก็สามารถรักษาได้ทันเวลา ควรจะเตรียมเอกสารรับรองจากแพทย์เกี่ยวอาการที่เป็นอยู่ เพราะหากต้องเข้าโรงพยาบาลในต่างพื้นที่ก็สามารถมอบเอกสารชุดนี้ให้กับแพทย์ได้ทันที…

2014-2016 © Copyrighted by KJV Group Co., Ltd