นอกจากความเชื่อที่ว่าการกินเจ ละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ ถือเป็นการทำบุญใหญ่ให้กับชีวิตแล้ว ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งกระแสรักสุขภาพที่นิยมกันอยู่ในสังคมกันอีกด้วย สืบเนื่องตั้งแต่กระแสนิยมบริโภค “อาหารคลีน” “อาหารมังสวิรัต”จนมาถึงโอกาส “ทานอาหารเจ” ตลอดช่วงเทศกาลงานบุญนี้ การทานอาหารเจตามกระแส ทานอาหารเจเพื่อสุขภาพ หรือจะทานเพื่อแสวงบุญ สุดท้ายแล้ว ประโยชน์ของการทานอาหารเจได้อะไร ?   5 ประโยชน์ของการทานอาหารเจ ถ้าไม่ได้บุญแล้วได้อะไร กินเจช่วยพักการทำงานของร่างกาย หากทานอาหารเจจริงๆแล้ว เลือกทานแต่ผักผลไม้ และพืชตระกูลถั่ว ผสมกับอาหารประเภทแป้ง ซึ่งแน่นอนว่าอาหารประเภทเหล่านี้ย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์และไขมันเอามากๆ จึงทำให้ระบบการย่อยอาหาร ลำไส้ใหญ่เล็ก ถุงน้ำดี ได้พักทำงานเบาลงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างดี ขับล้างพิษจากร่างกาย ไม่จำเป็นจะต้องไปเสียเงินแพงๆ ในการดีท็อกล้างพิษให้กับร่างกาย แต่ในช่วเทศกาลถือศีลกินเจนี้ ผักผลไม้ที่ทานเข้าไปส่วนมากจะอุดมไปด้วยกากใยอาหาร ที่เป็นตัวช่วยชั้นเลิศในระบบการขับถ่าย เมื่อทานอาหารประเภทนี้เข้าไปในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายขับสารพิษและของเสียที่สะสมอยู่เป็นเวลานานออกมาได้ ลดความอ้วน หากเลือกกินอาหารให้ดีในช่วงเทศกาลกินเจนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะได้ควบคุมน้ำหนักไปในตัว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกทานอาหารเจ หากสามารถเลี่ยงอาหารประเภททอด ผัด อาหารประเภทแป้ง(ในปริมาณที่มากเกินกว่าร่างกายต้องการ) รวมไปถึงอาหารหวานได้ ไปพร้อมกับการออกกำลังกายยิ่งทำให้การลดความอ้วนง่ายยิ่งขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น การเลือกแต่ผักผลไม้ที่ประโยชน์ จะยิ่งทำให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นจากวิตามิน แร่ธาตุ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ และสารต่างๆที่อุดมอยู่ในผักหลากสี ยิ่งทานไปมากๆก็จะยิ่งทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น รวมไปการดีท็อกจากการขับถ่ายก็จะยิ่งขับสารพิษออกจากทั้งภายในร่างกายและผิวหนัง สร้างภูมิคุ้มกัน ไม่เจ็บป่วยง่าย…

ในโลกที่ทุกอย่างเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสื่อสารและการใช้ชีวิต หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องการแก้ปัญหาสุขภาพอย่าง “การลดความอ้วน” ซึ่งผู้คนส่วนมากก็ต้องการแก้ปัญหานี้ให้ได้อย่างรวดเร็วทันใจไม่แพ้เรื่องไหนๆ ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจหลายคน มองเห็นโอกาสจากปัญหานี้ ก็ต่างยื่นมามือหยิบยื่น “วิธีการแก้ปัญหา” ความอ้วนให้แก่ผู้บริโภคตาดำๆแบบเราๆกันอยู่หลายวิธี และหนึ่งในวิธีสุดแสนจะง่ายและว่ากันว่ามันเห็นผลทันตาก็คือ “การใช้ยาลดความอ้วน” หากทุกคนลองเข้าเว็บค้นหาคำว่า “ยาลดความอ้วน” คุณจะได้พบกับยาลดความอ้วนนับหมื่นยี่ห้อ ที่โฆษณาสรรพคุณต่างๆนานๆ และเชื่อเหลือเกินว่าหากคุณกำลังประสบปัญหาความอ้วนอยู่นั้น ภาพโฆษณาเหล่านั้นมันช่างน่าดึงดูดเป็นอย่างมาก ถ้าหากว่ามีจำนวนยี่ห้อและตัวยาลดความอ้วนนานาสรรพคุณมากมายขนาดนี้ ทั้งกินแล้วจะลดพุง ลดน่อง ลดสะโพก ลดต้นแขน ฯลฯ กินแล้วน้ำหนักลดลง ผู้บริโภคอย่างเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอันไหนดีจริง และไม่เป็นพิษภัยต่อร่างกาย ก่อนอื่นจะต้องทำความรู้จักว่าอะไรคือ “ยาลดความอ้วน” ที่มีขายกันอยู่ตามท้องตลาดบ้าง ? ยาลดความอ้วน สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้   ยาลดความอ้วนจากสารเคมี ในประเภทนี้ก็ยังถูกแบ่งได้ออกเป็นอีกหลายประเภทอีกเช่นเดียวกัน ทั้งแบบยาชุด และแบบเดี่ยว สามารถหาได้จากการจัดของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทั้งแบบที่มีขายกันตามอินเตอร์เน็ต โดย ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ต่อสมอง จิตและประสาท โดยส่วนมากมักมีผลต้านการอยากอาหาร โดยสารที่ชื่อว่า “เฟนเทอร์มีน และ ธัยรอยด์ฮอร์โมน” เฟนเทอร์มีน : ยาลดความอยากอาหาร ธัยรอยด์ฮอร์โมน :…

  ในเมื่อความอ้วนคือ “ปัญหาที่ค้างคาจิตใจอยู่ตลอดเวลา” และผู้คนส่วนมากก็มักไม่ประสบความสำเร็จกับการลดน้ำหนักและหาตัวช่วยทางเลือกในการลดน้ำหนักกันอยู่เป็นประจำ โดยในปัจจุบันมีหลายวิธีที่ได้รับความนิยม ทั้งแบบถูกต้องอย่างเช่น การควบคุมน้ำหนัก การทานอาหารเสริม และการดูดไขมัน แต่อีกวิธีการหนึ่งของการแพทย์ทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมกันในวงกว้างก็คือ “การฝังเข็มลดความหนัก” วิธีการฝังเข็ม เป็นวิธีที่มีการพัฒนามาตั้งแต่จีนโบราณ ซึ่งมีมานานมากกว่า 5000 ปี และเป็นทางเลือกที่มีความนิยมติดอันดับต้นๆของโลกกันเลยทีเดียว วิธีการฝังเข็มลดความอ้วนก็อาศัยหลักการที่ว่าเมื่อแทรกเข็มลงไปในจุดปราณของร่างกายแล้ว จะช่วยทำให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ที่จำทำให้คลายความเครียดและการคลายความกังวล ไปพร้อมกับการอาศัยหลักการกระตุ้นเลือดลม และเร่งอัตราการเผาพลาญโดยใช้ร่างกายเป็นตัวหลัก ไม่ต้องใช้ยาเร่งใดๆ อาศัยแต่เพียงการกระตุ้นจากปลายเข็มที่ฝังไปเท่านั้น  โดยการแทรกเข็มขนาดเล็กผ่านทางผิวหนังเพื่อผ่านเข้าไปกระตุ้นในจุดลมปราณต่างๆของร่างกาย (โดยปกติร่างกายคนเรามีจุดฝังเข็มอยู่ประมาณ 2,000 จุดทั่วร่างกาย) อีกทั้งการฝังเข็มยังช่วยรักษาบำบัดโรคได้อีกหลายโรคเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นโรคตับ, ไต, ปอด และหัวใจ (ทั้งนี้ตำแหน่งการฝังเข็มก็จะแตกต่างกันออกไป)   4 เหตุผลหลักว่าทำไมการฝังเข็มถึงลดน้ำหนักได้จริง   การฝังเข็มช่วยปรับสมดุลของร่างกาย และต่อมไทรอยด์ ต่อมหมวกไต รวมไปถึงการเผาพลาญ ช่วยให้ตับ ตับอ่อนและไต ทำการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดความตึงเคลียดและสามารถคลายความกังวลให้ได้ ผลของการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของร่างกาย จะช่วยส่งเสริมการเผาพลาญของร่างกายได้เป็นอย่างดี     ขั้นตอนการฝังเข็มลดความอ้วน กระชับสัดส่วน “หากสนใจการแพทย์ทางเลือกแนวนี้ ควรเริ่มต้นจากการหาข้อมูลของคลินิกใกล้ตัวคุณ และหาความเนื้อเชื่อถือเพื่อความไว้วางใจก่อนที่จะเริ่มต้นพบแพทย์เพื่อเริ่มโปรแกรม”…

ไม่ว่าประเทศไหน ส่วนไหนของโลกย่อมมีคนทั้ง ผอมเพรียว หุ่นดี และคนอ้วนปะปนกันอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่ความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพจะพบมากใน “คนอ้วน” เพราะความอ้วนคือประตูสู่โรคร้ายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเส้นเลือด โรคหัวใจ และโรคเหล่านี้อาจจะเป็นพาหนสู่อีกหลายโรคได้เช่นเดียวกัน   ทำไมถึงอ้วน ?  จากการสำรวจสัดส่วนของ “ความอ้วน” แล้วนั้นจะมาด้วยกันจาก   7 สาเหตุหลักแบ่งเป็นสัดส่วนดังนี้ สาเหตุ ร้อยละ กรรมพันธุ์ 10 การเลี้ยงดูในวัยเด็ก 10 จำนวนเซลล์ไขมัน 10 พฤติกรรมการกิน 20 บุคลิกและวิธีทางในการดำเนินชีวิต 20 อายุ 15 การออกกำลังกาย 15   จากตัวเลขในตารางสังเกตได้ว่า “ความอ้วน” นั้นมาจากหลายสาเหตุ และจากสาเหตุทั้งหมดนั้นก็มีทั้งที่ควบคุมได้และไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งนี้ก็ย่อมต้องมาปรับเปลี่ยนกันในเรื่องของ พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการกิน เป็นส่วนสำคัญที่สุด     จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีน้ำหนักเกิน และเสี่ยงที่จะอ้วน การตรวจเช็คที่นิยมและสังเกตได้ง่ายที่สุดก็คือ “ขนาดของรอบเอว” ที่เรียกกันว่า “ห่วงยาง” เพิ่มมากขึ้น…

สารอาหาร 4 ชนิดที่ผู้หญิงขาดไม่ได้ นอกจากอาหารหลัก 5 หมู่ที่ต้องรับประทานให้ครบถ้วนแล้ว ยังมีสารอาหารทีสำคัญอีก 4 ชนิดที่ผู้หญิงขาดไม่ได้ สารอาหารเหล่านี้ประกอบไปด้วย   แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่สำคัญในการช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือนจะประสบกับภาวะมวลกระดูกลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลจากการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ทำให้การสร้างเนื้อกระดูกน้อยลงด้วย ผู้หญิงที่อยู่ในวัยนี้จึงเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน กระดูกเปราะ และแตกหักได้ง่าย ดังนั้นจึงควรเสริมแคลเซียมในร่างกายให้เพียงพอ โดยการรับประทานแคลเซียมอย่างน้อยวันละ 1,000 มิลลิกรัม และเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 1,500 มิลลิกรัมเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน อาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ นมสด กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย งาดำ เป็นต้น Antioxidant เป็นชื่อเรียกวิตามินกลุ่ม A C และ E เป็นสารที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ช่วยลดการเกิดโรค เช่น มะเร็ง สำหรับผู้หญิง Antioxidant จะมีบทบาทในด้านการชะลอความแก่ ลดความเหี่ยวย่นของผิวพรรณ Antioxidant พบมากในผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง อัลมอนด์ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น เป็นต้น กรดไขมัน omega…

2014-2016 © Copyrighted by KJV Group Co., Ltd